2005/Aug/03

งงไหมคะ?กับการขึ้นหัวข้อเรื่องวันนี้ ความหมายก็ตรงตัวเลยค่ะ คือ ซีดเป็นไก่ต้ม ตัวเหลือง หน้าเหลือง ไม่มีสีเลือด เหนื่อยง่าย ง่ายจนแปลกใจตัวเอง แค่พูด เดิน ทำกิจวัตรประจำวันส่วนตัวก็เหนื่อย ปกติแม่เป็นคน active มาก สาเหตุเนื่องจากความประมาทของตัวเองนี่แหละ เพราะหลังจากคลอดหนูปิ่นแล้ว ก็ไม่เคยตรวจร่างกาย อย่างสมบูรณ์แบบ รวมทั้งการเจาะเลือดแบบ complete lab เนื่องจากมั่นใจว่าตัวเองว่าสุขภาพดีแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวอะไรเลย นอกจากรู้ตัวว่าซีดเล็กน้อยผ่าตัดครั้งนี้เลยถือโอกาสเช็คร่างกายครั้งใหญ่ สิ่งที่พบว่าผิดปกติคือ ค่า hct (คือการตรวจวัดระดับค่าเม็ดเลือดแดงอัดแน่น หรือฮีมาโตคริท) เท่ากับ 34% (ค่าปกติประมาณ 38-40 บวกลบ 2 แล้วแต่ตำรา) แต่แม่ตัดสินใจว่าต่ำก็ต่ำเพราะไม่ได้มากมายอะไร หมอก็ว่าอย่างนั้น เนื่องค่า ผลlab ผล ekg (ผลตรวจคลื่นหัวใจ) ปกติทุกอย่าง แต่หลังจากผ่าตัดแม่รู้สึกว่าตัวเองผิดปกติมาก เป็นลม หน้ามืดบ่อย จึงขอให้น้องพยาบาลช่วยเจาะเลือดดู hct ให้หน่อยปรากฏว่าเหลือ 30% ก็เข้าใจล่ะว่ามันเกิดจากสาเหตุนี้ อยู่ รพ. สามวัน แล้วพักที่บ้านอีกหนึ่งวัน หมอสั่งให้ทานวิตามินบวกธาตุเหล็ก พรุ่งนี้เป็นวันจันทร์แม่ก็บอกป๊าเองค่ะว่าแม่ไปร้านไหว (ป๊าเขาใช้วันลาหยุดเยอะแล้วจากการผ่าตัดตา) แต่ร้านเราก็ไม่อยากหยุด(งกมากไหมคะ) โอเคเลยค่ะครึ่งวันภาคเช้ากระฉับกระเฉงมาก แต่หลังจากนั้นซิคะ มันเหนื่อย เหนื่อยมากๆ เหนื่อยเหมือนการวิ่งหลายๆกิโลเมตร

แม่ต้องมานั่งทบทวนความรู้ใหม่ (เวลาแนะนำคนอื่นแนะนำได้ เช่น ต้องพักผ่อนมากๆ ทานยาวิตามินเกลือแร่สูงๆรวมทั้งธาตุเหล็กด้วย อาหาร...ฯลฯ) แต่สำหรับของแม่ต้องมาทำงานที่ร้าน คนอื่นแทนยาก การพักฟื้นจริงๆแบบคนไข้คงเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นแม่ต้องทำเจ้าเม็ดเลือดแดงให้ขึ้นให้ได้ ลำพังแค่วิตามินเกลือแร่บวกเหล็กไม่มีทางพอ แม่ต้องกับมาคิดถึง ส่วนประกอบของเม็ดเลือดแดงว่ามีอะไรบ้าง (ฮีโมโกลบิน+เหล็ก)และสร้างจากไขกระดูก(bone marrow) แต่ไขกระดูก(ต้องอาศัยตัวกระดูกที่แข็งแรงซึ่งก็อาศัยสารอาหารและแร่ธาตุต่างๆจากภายนอกร่างกาย) รวมทั้งเซลล์ต่างๆในร่างกาย ก็ต้องการเม็ดเลือดแดงเพื่อนำออกซิเจนไปเลี้ยง นี่คือเหตุผลของการเหนื่อยในขณะที่เราใช้ร่างกายทำงาน เซลล์ต่างๆต้องการเม็ดเลือดแดงมาก ต้องการออกซิเจนมาก แต่เลือดน้อย หัวใจก็ต้องปั๊มเร็วขึ้นเพื่อส่งเลือดไปฟอกที่ปอดเพื่อให้เม็ดเลือดแดงเเลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนและนำ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปจากร่างกาย นี่คือกลไกของร่างกายที่แสนพิเศษ จะเห็นว่าเมื่อเป็นระบบแล้วเกี่ยวพันกันไปหมด จะเพิ่มเเค่ ยา วิตามิน เกลือแร่ที่หมอให้มาตามตำราคงไม่ทันการ แม่ต้องใช้วิกฤตนี้เป็นโอกาส (นายกชอบใช้คำนี้ขอใช้เลียนแบบนายกสักหน่อย) ดังนี้

ตั้งเป้าหมายว่า hct จะต้องขึ้นให้ได้ 38-39 หรือ40%ยิ่งดีภายใน 2-3 เดือน (อาจจะช้ากว่านี้เนื่องจากผู้หญิงต้องเสียเลือดระยะที่เป็นประจำเดือนด้วย) โดย

- เพิ่มสารอาหารที่ร่างกายต้องนำไปใช้ให้เพียงพอ ทั้งวิตามินเกลือแร่บวกเหล็กที่สูงมากๆ โปรตีนที่จำเป็นต่อร่างกาย 9 ตัวอีก 13 ตัวร่างกายผลิตเองได้ (โกลบินเป็นโปรตีนค่ะ) นอกจากที่ได้รับจากยาแล้วยังต้องทานโปรตีนจากอาหารด้วย เฉพาะจากพืชด้วยเช่นถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง น้ำเต้าหู้ โปรตีนเกษตร (ไม่เอาจากสัตว์เนื่องจากมี clolesterol triglyceride และสารอื่นๆที่ไม่พึงประสงค์อีกมาก)ผลไม้และผักใบเขียวต่างๆ(ต้องการธาตุเหล็กเกลือแร่electrolytesgluclose เช่นผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง บรอคโคลี่ ใบคึ่นช่าย แครอทส้ม ฝรั่ง ส้มโอ แคนตาลูป และอีกเยอะมากคงทานเองไม่ไหว จึงใช้วิธี อันไหนคั้นได้คั้นทั้งผักและผลไม้

-เรื่องต่อไปคือ ใช้พลังงานให้ลดลงเพื่อหัวใจจะได้ไม่ทำงานหนักมากเกินไปเช่น เดิน พูด ทำกิจวัตรส่วนตัว รวมทั้งทำงานให้ช้าลงกว่าสปีดเดิม (ข้อนี้ต้องเตือนตัวเองตลอด รู้สึกฝืนมาก)

-ต่อไปเป็นเรื่องของปอด ต้องใช้ปอดให้เต็มที่เพื่อให้การแลกเปลี่ยนก๊าซเป็นไปแบบมีประสิทธิภาพ และใช้ประโยชน์จากเม็ดเลือดแดงที่มีอยู่ในปริมาณที่น้อยให้มากที่สุด ในเรื่องนี้แม่ต้องหายใจเข้าและออกอย่างถูกวิธีเข้าให้เต็มที่ออกให้เต็มที่

-ต่อไปเป็นเรื่องการออกกำลังกาย(ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับแม่มาก ครั้งนี้คงต้องทำจริงๆจังๆสักที และที่สำคัญคือแม่ไม่อยากเป็นคนแก่ที่เป็นภาระของใคร หวังว่าคงไม่สายไปหรอกนะ) คงค่อยๆออกท่าง่ายๆที่ยังไม่ต้องใช้แรงมาก เช่น พวกท่าโยคะ (ท่าบิดขี้เกียจของแม่นั่นล่ะ)

-เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ การป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อจากผู้ป่วย จากภาวะที่ร่างกายอ่อนแอเพราะ การต้านทานโรคและภูมิคุ้มกันของร่างกายจะลดลง

โปรแกรมคร่าวๆคงเป็นแบบนี้ไปก่อน ช่วงนี้คงจะหยุดเขียนสักระยะหนึ่ง (ซึ่งเป็นเรื่องปกติเพราะแม่ดองบลอคเป็นประจำ)ผลเป็นอย่างไรจะเขียนครั้งหน้านะคะ


edit @ 2005/08/03 12:04:45


edit @ 2005/08/04 08:22:41

Comment

Comment:

Tweet


ทำไมเม็ดเลือดถึงสีแดงคับ เม็ดเลือดมันส่องแสงออกม่เป็นสีแดงหรือไงครับ ช่วยตอบผมที งงครับ
#12 by วิน (158.108.143.229) At 2007-11-06 14:13,
Meaning science is the study of how chemical substances!
#11 by buy tramadol (72.36.223.73) At 2006-04-11 02:53,
ดูแลสุขภาพนะครับ ขอให้แข็งแรงไวๆ
ได้ความรู้มากเลยครับเรื่องนี้ เหมือนกลับไปเรียนชีวะใหม่อีกรอบเลย
#10 by อั้น At 2005-08-16 12:47,
ขอให้แข็งแรงไวๆ ตามที่ตั้งเป้าไว้นะครับ
#9 by ไอ้แพท.. At 2005-08-04 00:14,
#3
กำลังหาข้อมูลพวกนี้อยู่น่ะครับ ขอบคุณครับผม
#8 by PaePae At 2005-08-03 23:43,
ขอให้คุณแม่หายไวๆ

กลับมาแข็งแรงแข็งขันอัพบลอคให้พวกเราๆ อ่านกันต่อไปนะฮับ
#7 by 「 B i g Y 3 3 」™ At 2005-08-03 22:15,
ยังไงก็ต้องพยายามดูแลสุขภาพแล้วทำตามแปลนที่ตั้งไว้มากๆนะคะ hct น้อยลงมากๆยังงี้ความดันเลือดต่ำลงด้วยป่ะคะ
#6 by ฟ้า At 2005-08-03 21:27,
ขอให้แข็งแรงไวไวนะคะ
#5 by i-Palm At 2005-08-03 18:49,
แข็งแรงไวๆนะครับ ใกล้วันแม่แล้วด้วย
คุณเป้...เท่าที่ทราบยังไม่มีรายงานว่าทานโปรตีนจากพืชตระกูลถั่วมากแค่ไหนจึงจะได้ฮอร์โมนเอสโตรเจนมากเพียงพอ ที่จะทำให้หน้าอกโต เท่าที่ทราบสาวประเภทสองเธอทาน ยาเม็ดเอสโตรเจนขนาดสูงๆทุกวันยังได้ผลไม่เป็นที่พอใจ เธอบางคนจะใช้ฮอร์โมนประเภทฉีดสองชนิดเดือนละหนึ่งครั้ง ถึงจะได้ผลพอใจ
-ทานโปรตีนจากปลาทั้งน้ำจืดน้ำเค็มประยุกต์ทำอาหารได้ตั้งหลายอย่าง
- สำหรับโปรตีนจากถั่วทานได้นะคะ ดีเสียอีกจะได้ลดภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตัน แล้วผิวก็สวยด้วย
-ส่วนโปรตีนจากไก่ถ้าใครชอบมากๆทานเป็นนิจทุกวัน ทานปริมาณเยอะมาก ต้องดูให้ดี(ทำยาก) ถ้าฟาร์มที่ใช้ฮอร์โมนเร่งให้โตเร็ว อาจทำให้มีก้อนที่เต้านมได้
#3 by maama At 2005-08-03 13:34,
ขอให้คุณแม่แข็งแรงไว ๆ นะคะ
#2 by ข้าวปุ้น At 2005-08-03 13:02,
มีคำถามครับ

ถ้าผู้ชายต้องการโปรตีนควรจะทานอะไรดีครับ ?
ในเมื่อเนื้อสัตว์ก็ทานมากไม่ดี แต่จำพวกถั่วเหลืองก็มีฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ผู้ชายทานมากก็ไม่ดีอีก
#1 by PaePae At 2005-08-03 12:28,